[Student Review] คุณน้ำ – Power ESL 12สัปดาห์

namnam1

หลักสูตร : Power ESL

ระยะเวลา : 12 สัปดาห์

คุณน้ำสมัครเรียนที่ Pines International Academia ผ่านทาง Engclues

วันนี้ก็ได้นำบทสัมภาษณ์ของคุณน้ำเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษที่ Pines International Academia มาฝากกันค่ะ

 

  1. ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ ก่อนไปคาดหวังอะไรบ้าง

ถ้าให้พูดตรงๆนี่คือความต้องการของคุณแม่ค่ะ ฮ่าๆ น้ำไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับการเรียนภาษาที่นู้นมากนัก แต่พอหาข้อมูลก็เออ เค้าดูเคร่ง ดูเรียนเยอะ แถมอันนี้สำคัญมากๆ ราคาเป็นมิตรต่อเรามากกว่าไปเรียนที่อื่น แล้วเด็กเกาหลี ญี่ปุ่นก็ไปเรียนปรับพื้นฐานก่อนไปออส เมกา อังกฤษไรงี้เยอะมาก เราก็คาดหวังแหละว่าเออมันต้องได้ผลนะ จะมากจะน้อยยังไงก็ต้องพอได้ผลลัพธ์มาบ้าง

  1. เริ่มเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง

อยากจะบรรยายความรู้สึกวันแรกที่มาเลยค่ะ คือเราเป็นเด็กไทยคนเดียวในโรงเรียน และไม่มีสต๊าฟคนไทยเลย เค้าอธิบายกฎทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษให้เราฟัง แล้วเราก็ง่อยจ้า บอกเลยว่าตอนแรกท้อมาก แล้วต้องปรับตัวสุดๆ เพราะเราพูดภาษาไทยกับใครไม่ได้เลย คืออยากกลับบ้านเลยตอนนั้นแต่ก็คิดได้ว่า เออเรามาเรียนนี่หน่า แค่นี้ก็ท้อแล้วหรอ ก็เลยฮึดสู้อยู่ต่อ ซึ่งเรียนวันแรกก็ปรับตัวหลายอย่างและที่สำคัญการแนะนำตัว หลายรอบมาก เพราะเรียนหลายคลาส ซึ่งครูก็จะตื่นเต้นมากที่เราเป็นคนไทย เพราะไม่มีคนไทยมาที่นี่นานมากๆ แล้ว ทุกคนก็จะดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ

  1. สถานที่เรียน หอพัก และอาหาร เป็นอย่างไรบ้าง

สถานที่เรียนนั้นสะดวกสบายมากค่ะ น้ำเรียนที่โคยีซานคือจะเป็นโรงแรมในตัวเลย ชั้นล่างคือมีมาร์ทขายทุกอย่างไม่ต้องไปไหนไกลเลย แล้วก็มีโรงอาหารของทางโรงเรียน มีร้านน้ำปั่น (อันนี้ขอบอกว่าชอบมากๆ สั่งกินเกือบทุกวัน) มีร้านอาหารของเกาหลี ขายอาหารของฟิลิปปินส์ ตู้เอทีเอ็ม ครบเว่อร์ ชั้นสอง ก็เป็นที่เรียนล่ะ เป็นระดับ4-5 มีที่นั่งเล่นเล็กๆ มี wifi ทุกคนในโรงเรียนจะชอบชั้นนี้มากเพราะ wifi แรง ชั้นสามก็จะแบ่งเป็นหอพักกับที่เรียน หอพักก็คือห้องนอนโรงแรมเลยล่ะ ส่วนชั้นเรียนที่นี่ก็จะเริ่มระดับ 1-3 ชั้นสี่กับห้าก็จะเป็นตัวโรงแรมล้วนๆ หรือหอพักของนักเรียนที่นี่เลย ก็ทุกอย่างก็โอเคนะ สะอาดมีแม่บ้านมาทำความสะอาดอาทิตย์ล่ะ 2 ครั้ง ไม่ต้องกังวลเลย

อาหาร บอกก่อนว่าถ้าคนชอบรสจืดอาจจะโอเค ส่วนใหญ่อาหารเป็นพวกอาหารเกาหลีนะ แต่รสชาติก็อาจจะไม่เกาหลีแท้  และทุกมื้อจะมีซุปตอนแรกน้ำไม่ชินในการกินข้าวแล้วต้องมีซุปทุกครั้ง แต่ไปๆ มาๆ กลับชอบแหะ จริงๆ รสชาติไม่แย่แต่ก็อาจจะไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่นักเพราะรสกลางๆ เลย ส่วนใหญ่เด็กที่นี่จะอดทนไปกินตอนวันหยุดเอา

  1. เจ้าหน้าที่ของสถาบันและครูผู้สอนเป็นไงบ้าง ประทับใจหรือไม่

เนื่องจากน้ำไม่มีสต๊าฟไทยเพราะฉะนั้นน้ำเลยได้สต๊าฟเป็นคนเวียดนามแทน น่ารักมากๆ ตอนน้ำมีปัญหาเค้าก็ช่วยเหลือ และพยายามพูดให้น้ำเข้าใจกฎการอยู่ที่นี่ ก็โอเคดีนะคะ แถมตอนน้ำใกล้กลับบ้านเค้ายังบอกว่าเราพัฒนาการพูดและฟังขึ้นเยอะ แสดงว่าเค้าจำวันแรกที่เรามาได้ว่าสกิลภาษาเราเป็นยังไง  ส่วนครูก็ใส่ใจดีนะคะ ยิ่งตัวต่อตัวเค้าจะรู้ว่าเราด้อยตรงไหน และควรพัฒนาจุดไหน แถมครูก็ยังวัยรุ่นอีกต่างหาก

  1. วิธีการสอนและสำเนียงของครูผู้สอนเป็นอย่างไร

ครูแต่ละคนก็จะมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันค่ะ เราอาจจะต้องปรับตัวเวลาเปลี่ยนคลาส บางคนเน้นพูด บางคนเน้นเขียน แต่ส่วนใหญ่น้ำจะได้ครูที่เน้นพูดนะ สำเนียงครูก็โอเคค่ะ ฟังง่าย ยิ่งระดับต้นนี่เค้าจะเน้นพูดช้าๆ ให้เราเข้าใจ เน้นคำในการพูดเลย ฟังง่าย แต่พอระดับกลางเค้าก็เริ่มพูดเร็วแล้วเราก็จะชินไปเอง สำเนียงมีติดสำเนียงบ้านเกิดของครูบ้างนิดหน่อยๆ แต่โดยรวมถือว่าโอเคค่ะ

  1. หลักสูตรเป็นอย่างไร ยากง่ายแค่ไหน เข้มงวดไหม

ถ้าถามว่าเรียนหนักไหม ก็ตอบได้เลยว่าระดับนึงเลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่เน้นเรียนทั้งวัน ย้ำว่าทั้งวันจริงๆนะ ของน้ำเรียน 8 โมงถึง 4 ทุ่มทุกวัน ดูโหดแต่ถ้าเห็นเพื่อนที่นี่เรียนเราจะฮึดตามเอง เรียนปกติคือ 8 โมง – 1 ทุ่มหรือ 2 ทุ่มแล้วแต่ตารางเรียนของเรา เทอมแรกน้ำเริ่ม 9 โมงเลิก 2 ทุ่ม ประมาณนี้ เรียน 8 ชม.มีพักเบรกบ้าง น้ำเรียนคอร์ส Power ESL เดี่ยว 4 คาบ กลุ่มอีก 4 คาบ ใน 8 ชม.จะเรียนฟังไปแล้ว 2 ชม.ค่ะ ซึ่งน้ำชอบเรียนฟังมากๆ ทุกวันศุกร์ครูจะให้ฟังเพลงหรือฟังบทสนทนาจากหนังฝรั่งแล้วให้เขียนด้วย สนุกดี ส่วนอีก 2 ชม.ที่เหลือคือคลาสเสริมค่ะ ทุกคนต้องเรียนก็มีให้เลือกว่าเราอยากเน้นอะไร หรือถ้าไม่อยากเรียนก็เลือก self study คือการทำการบ้านดีๆ นี่แหละแทนก็ได้ค่ะ คนเลือกอันนี้เยอะเลย แต่น้ำชอบคลาสเสริมคำศัพท์นะคะมันเป็นการบังคับให้เราท่องศัพท์ไปในตัว เทอมแรกของทุกคนจะได้เรียนคลาสนี้ก่อนแล้วค่อยไปเลือกตอนเทอมสองเอา

ความยากง่ายเป็นระดับที่เราได้เลย แรกๆ จะมีเรียนชิวๆ บ้างพอมาระดับกลางจะเริ่มเครียดนึดนึงค่ะ โดยเฉพาะการอ่าน น้ำยกให้เป็นคลาสที่ยากมากสำหรับน้ำเลย เพราะเราต้องปรับตัวในการพูดเป็นแบบอเมริกัน แล้วไหนจะสำเนียงกับโทนเสียงอีก น้ำเจอแต่ครูอ่านโหดๆ ทั้งนั้นเลย เค้าจะเข้มงวดการอ่านของเรา เรื่องการเขียนก็ไม่แพ้กัน แต่น้ำจะเจอการอ่านเข้มงวดมากกว่า

  1. ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า วันหยุดไปเที่ยวไหนมาบ้าง

ไปเที่ยวมาพอสมควรค่ะ  เหมือนเป็นเด็กเก็บกด แต่ก็ได้เที่ยวแค่เสาร์ – อาทิตย์นี่แหละ หลักๆ เลยคือห้าง SM ห้างของที่นี่ ไม่ใหญ่มากแต่ก็มีครบทุกอย่างนะ ส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวแบบเน้นธรรมชาติ  ทะเล Hundred Islands งี้ เด็กนร.ที่นี่ต้องไป ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ไปดำน้ำดูปะการัง เล่น zipline ไปถ้ำ ไปเที่ยวภูเขา ไปทำกิจกรรม Adventure สนุกมากๆ น้ำได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย ทั้งดำน้ำและเล่น zipline สนุกสุดๆ แต่เด็กที่นี่คืนวันเสาร์ก็มีเที่ยวผับบ้างนะ มีดื่มบ้างอะไรบ้าง  เพราะนร.ก็มีหลายวัย และแน่นอนเราก็มีไปบ้าง

 

  1. ช่วยพูดถึง ความปลอดภัย สภาพอากาศ และ ค่าครองชีพที่นั่นหน่อย

เมืองที่น้ำอยู่ถือว่าปลอดภัยเลยนะ แต่ก็ต้องระมัดระวังของบ้าง อย่างว่าแหละเซฟตัวเองไว้ดีที่สุด น้ำว่าทุกๆ ประเทศเลยแหละไม่ใช่แค่ที่นี่ อากาศนี่เป็นเหตุผลที่น้ำเลือกมาเมืองนี้เลย อากาศดีมาก เย็นสบายตลอดไม่เคยร้อน เมืองอื่นของฟิลิปปินส์จะร้อนแค่ไหน แต่ที่นี่จะไม่ร้อน ชอบมากๆ ค่าครองชีพก็ไม่แพง กินอยู่สบาย ใช้จ่ายคล่อง

  1. เพื่อนๆ เป็นคนชาติอะไรกันบ้าง

80% ของนร.ที่นี่คือคนเกาหลี เพราะฉะนั้นใครอยากมีเพื่อนเป็นคนเกาหลีมาที่นี่จะไม่ผิดหวัง น้ำมีเพื่อนเกาหลีเยอะมาก รองลงมาก็ญี่ปุ่น ไต้หวัน แล้วก็เวียดนาม แต่เกาหลีนี่ยกให้เป็นอันดับแรกเลย เพื่อนเกาหลีเยอะมากจริงๆ หลังๆ มีคนไทยที่ไปเรียนด้วย

  1. คิดว่าไปเรียนครั้งนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจไหม รู้สึกอย่างไร และได้อะไรจากการไปครั้งนี้บ้าง

พอใจในระดับนึงเลยนะคะ โดยเฉพาะการฟังของน้ำ มันดีขึ้นมากๆ ไม่ได้อวยมั่วๆ นะ แต่มันดีขึ้นมากจริงๆ น้ำสามารถฟังออกเป็นคำออกมาได้เลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนน้ำฟังภาษาอังกฤษนี่ติดลบจริงๆ ดูหนังไม่รู้เรื่องเลยเค้าพูดอะไรกัน หลังจากเรียน 3 เดือนคือดีขึ้นมากๆ  เราสามารถฟังเออกว่าเค้าพูดคำอะไรออกมา ดีใจมากๆ เราสามารถดูหนังแล้วจับคำที่ตัวละครพูดได้ แม้ว่าเราจะไม่สามารถแปลได้เลยทันทีแต่แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว อ่านกับพูดนี่ก็โอเคขึ้น เราได้รู้วิธีการอ่านกับการพูดที่เน้นสำเนียง บางทีเราพูดสำเนียงไทยๆ ไปครูบางคนก็จะฟังไม่รู้เรื่องมันก็เหมือนหัดให้เราพูดสำเนียงฝรั่งเพื่อให้เค้าเข้าใจโดยอัตโนมัติ จุดนั้นเราก็จะไม่อายแล้ว เพราะเราอยากให้เค้าเข้าใจ แล้วน้ำก็สามารถอ่านตัวหนังสือภาษาอังกฤษแบบยาวๆ เป็นหน้าได้โดยไม่เบื่อหรือรำคาญตัวเอง เมื่อก่อนน้ำเห็นภาษาอังกฤษยาวๆ เยอะๆ นี่เลิกอ่านเลย มันหงุดหงิดอ่านไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นว่าพยายามอ่าน พยายามเข้าใจมันโดยอัตโนมัติไปเลย มันเหมือนเราอ่านภาษาอังกฤษจนชินจากที่เรียนมาแล้ว ถือว่าได้อะไรเยอะมากทั้งภาษา เพื่อน ประสบการณ์ใหม่ๆ

  1. ถ้ามีโอกาสจะแนะนำคนอื่นต่อหรือไม่ เพราะอะไร

แนะนำเลย แนะนำจริงๆค่ะ อยากให้ลองไปเรียน สักเดือนนึงดูก่อนก็ได้ แต่จริงๆ แนะนำเป็น 3 เดือน หรือมากกว่านั้น บางคนคิดว่าไปเรียนฟิลิปปินส์มันจะดีหรอ น้ำก็โดนถามนะแรกๆ ที่ไปเรียน ไปเรียนที่ฟิลิปปินส์เนี่ยนะ มันโอเคหรอ อยากจะบอกว่ามันโอเคมาก สิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้แย่เลย เพื่อนๆ เอเชียทั้งนั้น อยากให้เพื่อนๆ ลองเปิดใจกับประเทศนี้แล้วศึกษาดู จะเห็นว่ามีคนได้ผลลัพธ์จากการไปเรียนที่นี่พอสมควร  บางคนไปต่างประเทศมาเป็นปีแล้วยังกลับมาเรียนที่นี่เลย อยากให้คนไทยไปเรียนกันนะ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย

  1. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมอื่นๆ และความรู้สึกต่อการบริการของ Engclues

พี่ๆ Engclues บริการดีค่ะ ตอบคำถามรวดเร็ว อธิบายหลักสูตรการเรียน สถานที่เรียนได้ดี ตอนเราอยู่ที่นู้นก็คอยสอบถามอยู่ตลอด เรามีปัญหาก็สามารถปรึกษาได้ รู้สึกได้เลยว่าไม่ถูกทิ้งกลางทางแน่นอน

ให้ฝากข้อความถึงเพื่อน อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่สถาบัน จากการไปเรียนครั้งนี้

This was my first time to study abroad alone. I was very nervous and worried because it’s just only me from Thailand to the Philippines. And I thought, maybe, I won’t have a friend, but it’s not. I had many friends from other countries – Korean, Japanese, and Taiwanese. I was very happy when I was talking with my friends. They were very kind, cute, and talkative. Teachers were very kind and good at teaching. I felt relaxed and enjoyed in class. Thanks everybody for the 3 months of talking with me and taking care of me. I’m glad to meet you guys.